|
|
|





ประวัติศาสตร์ชาติไทย

บัว... ราชินีแห่งไม้น้ำ

อากาศยานานุสรณ์ของ ทอ.

บ้านสมุนไพรฉางทอง
|
|
|
|
|
เหตุการณ์สำคัญในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี
|
ฝ่ายราษฎรที่หลบหนีพม่าไปนั้นเห็นว่าพระยาตากรบมีชัยชนะหลายครั้ง ต่างก็พากันมาขอเป็นพรรคพวกทำให้เพิ่มกำลังขึ้น พระยาตากรวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันออกได้ทั้งหมด คือ ระยอง ชลบุรีจันทบุรีและตราด ตามลำดับ ต่อจากนั้นพระยาตากได้ยกกองทัพเรือเข้าปากน้ำเจ้าพระยาปราบนายทองอิน ซึ่งพม่าให้รักษาเมืองธนบุรีอยู่ แล้วจึงยกกองทัพไปกรุงศรีอยุธยา ปราบสุกี้แม่ทัพพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้นได้สำเร็จ จึงนับว่าพระยาตากสามารถกู้ประเทศไทยให้พ้นจากอำนาจพม่า
เหตุการณ์สำคัญในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี
- การตั้งตัวของพระเจ้ากรุงธนบุรี ในหัวเมืองฝ่ายตะวันออก
- ในระยะเวลาที่กรุงศรีอยุธยาอยู่ในภาวะคับขัน พม่าล้อมกรุงอยู่นั้น พระยาตากท้อใจในการปฏิบัติราชการหลายครั้ง เห็นว่าจะอยู่ช่วยรบพุ่งรักษากรุงต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์ คงจะเสียกรุงเพราะความอ่อนแอของผูบังคับบัญชา (ห้ามยิงปืนใหญ่ กลัวนางสนมชาววังจะตกใจ) ฉะนั้น ในเดือนยี่ ขึ้น 4 ค่ำ พ.ศ. 2309 จึงรวบรวมพรรคพวกได้ประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไปทางค่ายวัดพิชัย พม่ายกติดตามไปทันที่บ้านโพธิ์สังหาร พระยาตากตีพม่าแตกไป แล้วจึงไปพักทัพที่บ้านพรานนก ขณะที่ปล่อยทหารให้ไปหาอาหารนั้นปรากฏว่ามีกองทัพพม่ามาจากปราจีนจึงเกิดปะทะกัน พม่าไล่จับพวกทหารมาจนถึงบ้านพรานนก พระยาตากออกต่อสู้ไล่ฟันพม่าแตกกระจายไป ต่อจากนั้นก็เดินทางมุ่งไปยังทางตะวันออก ระหว่างทางได้รบพุ่งกับพม่าอีกหลายครั้ง
|
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้กอบกู้แผ่นดินไทย |
|

|
ศาลเจ้าตากในพระราชวังเดิม |
- การกอบกู้อิสรภาพ
- การกู้เอกราชของพระยาตากจากพม่านั้นไม่ยากลำบาก เพราะพม่าทิ้งทหารไว้น้อย แต่งานภายหลังกู้เอกราชแล้วยุ่งยากลำบากที่สุด ต้องระงับการจลาจลให้บ้านเมืองสงบ สร้างบ้านเมืองใหม่ บำรุงขวญของประชาชน เพราะเวลากรุงแตกนั้นบ้านเมืองระส่ำระสาย จึงจำเป็นต้องสร้างบ้านเมืองทั้งทางฝ่ายพุทธจักรและอาณาจักร การรวบรวมเป็นอาณาจักรเดียวนั้นต้องรบพุ่งปราบชุมชนต่าง ๆ รวมให้ไทยเป็นอาณาจักรเดียว
-
ในด้านการรบนั้น เมื่อรบกับพม่าเพื่อรักษาเอกราชแล้ว จึงปราบประเทศราช เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วตลอดรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีมีแต่ความยุ่งยากในการทำศึกสงคราม ฉะนั้น การทำนุบำรุงภายในประเทศจึงมีน้อย
- พระเจ้าตากตั้งธนบุรีเป็นราชธานี
- เมื่อตั้งตัวเป็นใหญ่ที่ธนบุรีแล้ว ได้ทำพิธีราชาภิเษกใน พ.ศ. 2310 ตั้งธนบุรีเป็นราชธานีอยู่ 15 ปี การที่ทรงเลือกธนบุรีเป็นเมืองหลวง เพราะ.-
- 1. รี้พลของเจ้าตากมีไม่เพียงพอที่จะรักษากรุงศรีอยุธยา และพม่าก็รู้ทางที่จะเข้ามากรุงศรีอยุธยา จึงไม่ปลอดภัย
- 2. กรุงศรีอยุธยาเสียหายมากยากที่จะปฎิสังขรณ์ให้คืนดีได้
- 3. เมืองธนบุรีมีป้อมปราการ ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ และลักษณะเมืองนั้นขนาดย่อมพอแก่กำลังของพระเจ้าตากจะรักษาไว้ได้
- 4. ลักษณะที่ตั้งของธนบุรีนั้นใกล้ทะเล ถ้าหากถูกโจมตีก็จะล่าถอยไปยังจันทบุรีได้ง่าย
-
5. ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะ สะดวกแก่การไปมาค้าขายกับต่างประเทศ เป็นประโยชน์ในด้านเศรฐกิจ

พระยาตากเมื่อกู้ประเทศไทยให้พ้นจากอำนาจพม่าได้แล้ว ตั้งธนบุรีเป็นราชธานี
|
- การรวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น
- การปราบชุมนุมต่าง ๆ เป็นการรวบรวมไทยที่แตกแยกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้ชาติมั่นคงขึ้น ในชุมนุมทั้งหมด 5 ชุมนุมนั้น เจ้าตากได้เปรียบกว่าชุมนุมอื่นเพราะ เจ้าตากมีพระชนม์ 34 พรรษา อันเป็นเวลาที่มีกำลังว่องไวทั้งกำลังกายและสติปัญญา เจ้าตากเป็นชาวกรุงศรีอยุธยา เจริญวัยในกรุงและคุ้นเคยกับข้าราชการรุ่นเดียวกัน เป็นเหตุให้ข้าราชการหนุ่มเหล่านั้นเข้าร่วมเป็นกำลัง เมื่อรบพุ่งรักษากรุงเจ้าตากได้แสดงฝีมือเข้มแข็งเป็นที่ยกย่องยำเกรงแก่คนทั้งหลาย ทหารของเจ้าตากมียุทธวินัย ชำนาญกระบวนยุทธกว่าชุมนุมอื่น ๆ
-
ในการปราบชุมนุมต่าง ๆ ให้สำเร็จได้นั้นใช้เวลา 3 ปี (พ.ศ. 2311-2313) ชุมนุมแรกที่ไปปราบ คือ ชุมนุมพิษณุโลก เพราะอยู่ใกล้กรุงธนบุรีและสะดวกในการเดินทัพ แต่ไม้สำเร็จ จึงได้เปลี่ยนแผนใหม่เริ่มแต่ชุมนุมเจ้าพิมาย เจ้านครศรีธรรมราช เจ้าฝาง เป็นลำดับ
- 1. การปราบชุมนุมเจ้าพิษณุโลก ภายหลังศึกบางกุ้งใน พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ยกทัพไปปราบชุมนุมเจ้าพิษณุโลก เจ้าพิษณุโลกให้หลวงโกษาคุมทหารมารับที่ตำบลเกยชัยอยู่ในแขวงเมืองนครสวรรค์ ได้สู้รบกันแต่ไม่สำเร็จ เพราะพระเจ้ากรุงธนบุรีถูกปืนที่พระชงฆ์จึงยกทัพกลับ
-
เจ้าพิษณุโลกเมือ่อเห็นพระเจ้ากรุงธนบุรีสู้ไม่ได้ เลยเชื่อบารมีของตนตั้งตัวเป็นใหญ่ เป็นกษัตริย์ได้ 7 วัน เกิดเป็นฝีที่ลำคอถึงพิราลัย ชุมนุมพิษณุโลกอ่อนแอลงต้องเสียเมืองให้แก่เจ้าพระฝาง เมื่อชุมนุมพิษณุโลกเสียแก่เจ้าพระฝาง พวกราษฎรได้หนีเข้ามายังกรุงธนบุรีเป็นการเพิ่มกำลังผู้คนและอาวุธด้วย
- 2. การปราบเจ้าพิมาย ใน พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงธนบุรียกทัพไปเมืองนคาราชสีมาเพื่อจะปราบเจ้าพิมาย โปรดให้พระมหามนตรีและพระราชวรินทร์คุมกองทัพไปทางหนึ่งรบกับข้าศึกที่ด่านกระโทก พระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จยกทัพหลวงรบข้าศึกที่ด่านจอหอ กองทัพทั้งสองแสดงฝีมือในการรบจนได้ชัยชนะ นับว่าได้ขยายอาณาเขตไปจนถึงนครราชสีมา
- เจ้าพิมายหนี แต่กรมการเมืองนครราชสีมาจับตัวมาถวายได้ซึ่งหมายจะเลี้ยงเอาไว้ แต่เจ้าพิมายแสดงความกระด้างกระเดื่องไม่อ่อนน้อม เลยโปรดให้ประหารชีวิตเสีย
- โปรดให้พระราชวรินทร์เลื่อนเป็น พระยาอภัยรณฤทธิ์
-
โปรดให้พระมหามนตรีเลื่อนเป็น พระยาอนุชิตราชา
- 3. ปราบชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช (พ.ศ. 2312)
-
ครั้งแรกโปรดให้แม่ทัพยกไปแต่การรบไม่ได้ผล เพราะไม่ปรองดองกันจึงต้องเสด็จยกกองทัพไปเอง ทรงยกกองทัพเรือไปตีได้เมืองนครศรีธรรมราช พระยานคร (หนู) หนีไปอยู่ปัตตานี พระยาตานีศรีสุลต่านจับตัวมาถวาย โปรดให้ชุบเลี้ยงไว้ ตั้งหลานเธอเจ้านราสุริยสงศ์ไปปกครองแทน เจ้านครถึงพิลาลัย เจ้าพระยานครจึงได้เป็นเจ้าเมืองนคร ทรงยกฐานะอย่างเจ้าประเทศราช
- 4. ปราบชุมนุมเจ้าพระฝาง (พ.ศ. 2313)
-
พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเห็นว่าเจ้าพระฝางมีอำนาจมากทางเหนือจึงเสด็จยกทัพไปปราบเอง ทรงเลื่อนพระยาอนุชิตราชาเป็นพระยายมราชทำหน้าที่สมุหนายก พระเจ้ากรุงธนบุรีตีหัวเมืองรายทางได้ ตึพิษณุโลกได้แล้วเลยไปตีสวางคบุรี เจ้าพระฝางหนีไปพึ่งพม่าที่เชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นโปมะยุง่วนแม่ทัพพม่าได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่
-
พระเจ้ากรุงธนบุรีไช้เวลาปราบชุมนุมต่าง ๆ ถึง 3 ปี อาณาเขตขยายไปทางเหนือจดเชียงใหม่ เสร็จจากการปราบแล้วได้ประทับจัดการปกครองจนสิ้นฤดูฝน รวบรวมผู้คนให้กลับถิ่นเดิม ทรงตั้งข้าราชการซึ่งมีความดีความชอบในราชการ โปรดให้เลื่อนพระยายมราชเป็นพระยาสุรสีห์ เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก และทรงตั้งพระยาอภัยรณฤทธิ์เป็นพระยายมราช เมื่อจัดการเมืองเหนือเรียบร้อยแล้วก็เสด็จกลับกรุงธนบุรี
|
|
|
|
|
Festival & Celebrations
|
January
February
March
April
May
June
July
August
September
October
November
December
|
Webmaster |
|
|
|